ประชุมพิจารณาร่างรายงานฉบับสุดท้าย (Draft Report) โครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก

วันนี้ (22 ก.ค. 64) ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่างรายงานฉบับสุดท้าย (Draft Report) โครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยมีนายอุทัย เตียนพลกรัง ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการลุ่มน้ำ สทนช. และที่ปรึกษาโครงการฯ เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมน้ำปิง ชั้น 4 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อาคารจุฑามาศ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร พร้อมถ่ายทอดการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Video Conference) ไปยังเจ้าหน้าที่ สทนช. ที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดระนอง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง เป็นต้น สำหรับการประชุมในวันนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการพิจารณาร่างรายงานฉบับสุดท้ายของโครงการฯ โดยได้มีการเปิดรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อให้ที่ปรึกษาโครงการฯ ได้รับนำไปปรับปรุงแก้ไขให้รายงานมีความถูกต้องสมบูรณ์ตามหลักวิชาการมากยิ่งขึ้น รวมทั้งมีความถูกต้องตามบริบทของการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ และสอดคล้องกับการนำไปปฏิบัติจริง ทั้งนี้ สทนช. ได้มีการดำเนินการโครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (SEA) ในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งครอบคลุม 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง ภูเก็ต ระนอง สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี เนื่องจากสภาพปัญหาของลุ่มน้ำ ที่ไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ จึงประสบปัญหาสำคัญในการขยายตัวของภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะบริเวณหมู่เกาะต่าง ๆ ซึ่งจัดหาแหล่งน้ำดิบสํารองได้ยาก จึงจําเป็นต้องมีการวางแผนพัฒนาเมืองพร้อมกับการวางแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่สําคัญ โดยในช่วงระหว่างการดำเนินโครงการ ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การศึกษาประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ฯ จะช่วยให้การพัฒนาของลุ่มน้ำสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมโดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ หรือมีผลกระทบในระดับที่ยอมรับได้ พร้อมทั้งมีการจัดทําแผนหลักการบริหารทรัพยากรน้ำและแผนปฏิบัติการ รวมทั้งจัดลําดับความสําคัญของแผนงานการพัฒนาโครงการในอนาคต เพื่อเป็นกรอบการดําเนินการบริหารทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน สอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี